นศ.สื่อสารมวลชน มทร.พระนคร กลับไทยแล้ว หลังรับทุนอินโดฯ 1 ปี เตรียมสานฝัน “นักข่าวสาวที่แต่งชุดฮิญาบทำงานเป็นคนแรกในประเทศไทย”

นศ.สื่อสารมวลชน มทร.พระนคร กลับไทยแล้ว หลังรับทุนอินโดฯ 1 ปี เตรียมสานฝัน “นักข่าวสาวที่แต่งชุดฮิญาบทำงานเป็นคนแรกในประเทศไทย”

รศ.สุภัทรา โกไศยกานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พร้อม ผศ.ยุทธภูมิ สุวรรณเวช รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่า และนางประดิษฐา นาครักษา ผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกษา ร่วมแสดงความยินดีแก่ น.ส.จุฑาวรรณ ผลเจริญ หรือ “ซัยน่า” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน สาขาเทคโนโลยีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ที่สำเร็จการศึกษาในโครงการนักศึกษาทุนแลกเปลี่ยนประเทศอินโดนีเซีย ของสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย โดยเรียนในสาขาการท่องเที่ยว ระยะเวลา 1 ปี และเดินทางกลับสู่มาตุภูมิโดยสวัสดิภาพ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2560 และได้เข้าพบอธิการบดีและผู้บริหารระดับสูง เพื่อรายงานผลการศึกษา เมื่อเวลา 17.00 น. ณ ชั้น 3 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ศูนย์เทเวศร์

ในการนี้ รศ.สุภัทรา อธิการบดี ได้ร่วมสนทนาและแสดงความยินดีที่ประสบความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียน ณ ประเทศอินโดนีเซีย และสอบถามถึงประสบการณ์การเรียน ตลอดจนการใช้ชีวิตในต่างแดน ซึ่ง “ซัยน่า” ได้เล่าถึงประสบการณ์ในต่างแดนด้วยท่าทีที่ยิ้มแย้มและมีความสุข

“ซัยน่า” เปิดเผยว่า การศึกษาเล่าเรียนที่อินโดนีเซียนั้น เป็นการเรียนแบบนักศึกษาที่โตแล้ว และต้องรับผิดชอบตนเอง จะไม่มีคนจ้ำจี้จ้ำไชเราเหมือนที่ประเทศไทย ทุกคนต้องรับฟังและปฏิบัติตาม ต้องดูแลตนเองทุกอย่าง ต้องตั้งใจเรียนมากๆ เนื่องจากไม่มีพื้นฐานทางด้านภาษาบาฮาซาอยู่เลย ภายในสองอาทิตย์แรก จะเป็นการเรียนภาษาอังกฤษ และค่อยๆ ผสมปนกับภาษาบาฮาซา เมื่อถึงจุดที่ทางสถานศึกษาคิดว่านักศึกษาต่างชาติสามารถรับฟัง โต้ตอบได้บ้างแล้วก็จะเริ่มสอนเป็นภาษาบาฮาซาสำหรับเทคนิคการเรียนการสอนที่อินโดฯเน้นการปฏิบัติ เช่น การจัดโครงการหรือกิจกรรมขึ้นมาและเชิญนักศึกษาอื่นๆ ในสถานศึกษาเข้าร่วม และวัดผลจากการประเมิน และมีการทำวิจัยเป็นกลุ่มด้วย ในการไปเรียนครั้งนี้ ทำให้สามารถฝึกฝนเทคนิคทักษะในการสื่อสาร ฟังและพูด ส่วนทักษะทางการเขียนนั้น ไม่ได้เน้น ในการไปแลกเปลี่ยนครั้งนี้ หนูได้ฝึกการใช้ชีวิตในต่างแดน ฝึกไหวพริบปฏิภาณในการเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆ ได้เรียนรู้ชีวิต วิถีวัฒนธรรมในต่างแดน นับเป็นประสบการณ์ชีวิตที่หาไม่ได้ในห้องเรียน และหนูมีความฝันว่า อยากจะเป็นนักข่าวมุสลิมไทยคนแรกที่ทำงานสื่อสารมวลชนในประเทศไทย และสามารถสวมฮิญาบในการปฏิบัติงานได้อย่างภาคภูมิใจ

มหาวิทยาลัยสนับสนุนให้นักศึกษาได้ศึกษาอย่างอิสระ มีการทำกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่เป็นประโยชน์ ควบคู่กับการศึกษาเล่าเรียนตามหลักสูตรภาคบังคับ และมีนโยบายสนับสนุนให้นักศึกษาพัฒนาศักยภาพของตนเองเพื่อเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมโลก ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งจะเน้นในเรื่องของ เทคโนโลยีสารสนเทศระบบดิจิทัลต่างๆ รวมถึงการสื่อสารด้วยภาษาที่สองขึ้นไป นักศึกษาที่มีความสามารถในเรื่องดังกล่าว ก็จะเป็นบัณฑิตที่สถานประกอบการมีความต้องการสูง มีเกณฑ์คุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้น และมหาวิทยาลัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีบุคลากรที่มีคุณภาพร่วมกันพัฒนามาตรฐานคุณภาพของมหาวิทยาลัยเพื่อก้าวเข้าสู่ระบบมาตรฐานสากลในอนาคตต่อไป

ที่มา : งานระบบสารสนเทศเพื่องานกิจการนักศึกษา ฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่า ม.ราชมงคลพระนคร

#http://www.rmutp.ac.th