ม.ราชมงคลพระนคร นำสมาชิกชมรม มทร.พระนคร อาวุโส ลัดฟ้าแสวงบุญ สักการะปูชนียสถานมรดกโลก “บุโรพุทโธ” ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเชีย

ม.ราชมงคลพระนคร นำสมาชิกชมรม มทร.พระนคร อาวุโส ลัดฟ้าแสวงบุญ สักการะปูชนียสถานมรดกโลก “บุโรพุทโธ” ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเชีย

รศ.สุภัทรา โกไศยกานนท์ อธิการบดี ในฐานะประธานชมรม มทร.พระนคร อาวุโส เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้จัดโครงการศึกษาศิลปวัฒนธรรมเปรียบเทียบไทย – อาเซียน ระหว่างวันที่ 25-28 เมษายน 2561 ณ บาหลี บุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซีย ดำเนินโครงการโดย กองศิลปวัฒนธรรม ฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่า ม.ราชมงคลพระนคร (ในฐานะคณะกรรมการชมรม มทร.พระนคร อาวุโส ฝ่ายจัดกิจกรรมชมรม)

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.สุรพงษ์ โสธนะเสถียร กรรมการสภามหาวิทยาลัย (ผู้ทรงคุณวุฒิ) ร่วมเดินทางด้วย

สำหรับ โครงการดังกล่าว สมาชิกชมรม มทร.พระนคร อาวุโส เดินทางไปยังประเทศอินโดนีเซีย ศึกษาศิลปวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน โดยมีจุดหมายปลายทาง ณ เกาะบาหลี ผู้เข้าร่วมโครงการได้ศึกษาโบราณสถานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และมีความสำคัญทางพุทธศาสนา “มหาสถูปโบโรบูดูร์ หรือ บาราบูดูร์” ที่คนไทยรู้จักในชื่อ “บุโรพุทโธ” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอินโดนีเซีย บริเวณภาคกลางของเกาะชวา ตั้งอยู่ที่เมืองมาเกอลัง ห่างจากยอกยาการ์ตาไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 40 กิโลเมตร สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 1293 – 1393 ก่อนนครวัดในกัมพูชา 300 ปี และก่อนอาสนวิหารน็อทร์-ดาม แห่งปารีส 200 ปี โดย “บุโรพุทโธ” เป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธ นิกายมหายาน หากไม่นับนครวัดของกัมพูชาซึ่งเป็นทั้งศาสนสถานของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและศาสนาพุทธ บุโรพุทโธจะเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประการสำคัญ “บุโรพุทโธ” ยังได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี พ.ศ.2534 โดยบุโรพุทธมีลักษณะเป็นสถูปขนาดใหญ่ มีการลดหลั่นเป็นชั้นๆ ทั้งสิ้นสิบชั้น มีเฉลียงเดินวนรอบเฉลียงตามเข็มนาฬิกา มีรูปนูนแกะสลัก และรูปปั้น แสดงภาพภพทั้งสามของจักรวาล ตามความเชื่อของพุทธศาสนานิกายมหายาน

ผู้เข้าร่วมโครงการได้เยี่ยมชมแหล่งศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ประกอบด้วย วัดเม็งวี ราชเทวสถานที่เคยใช้ในการประกอบพิธีกรรมของกษัตริย์ราชวงศ์เม็งวี โดดเด่นด้วยเมรุ หรือเจดีย์แบบบาหลีที่สื่อถึงดินแดนสุขาวดีในแบบฮินดู ชมวิหารทานาต์ลอต วิหารซึ่งตั้งอยู่บนผาหินนอกชายฝั่งในเวิ้งอ่าวซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของเกลียวคลื่น ซึ่งมีความงามเป็นอย่างยิ่งในยามอาทิตย์อัสดง ชมวัดเทมภัคสิริงค์ หรือวัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ภายในวัดมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ผุดขึ้นมา และน้ำที่ผุดจากบ่อนั้น มีการต่อไปยังสระภายนอกวัดเพื่อให้ผู้ศรัทธาได้มาอาบน้ำ เก็บน้ำไปดื่มกิน ด้วยเชื่อว่าบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้สามารถรักษาโรคต่างๆ ขับไล่สิ่งไม่ดี และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เยี่ยมชมวัดถ้ำช้าง วัดที่มีการสลักปากทางเข้าถ้ำเป็นลวดลายเศียรยักษ์ขนาดใหญ่ พร้อมมือทำท่าราวกับกำลังง้างทางเข้าถ้ำให้แยกออก เยี่ยมชมวัดพราห์มนันต์ หมู่วิหารของฮินดู ซึ่งสร้างในราวปี พ.ศ. 1399 ฉลองชัยชนะของระไก ปีกาตัน ทายาทผู้สืบทอดราชวงศ์สันชัย ตื่นตากับเจดีย์องค์ใหญ่ จันดีศิวะมหาเทวา ที่มีความสูงถึง 47 เมตร ขนาบข้างด้วยวิหารขนาดเล็กกว่า คือ จันดี วิษณุ และจันดีพรหมมา ด้านฝั่งตรงข้ามทางฝั่งตะวันออกยังมีวิหารเล็ก ๆ อีกมากมาย จันดีศิวะมหาเทวา ถูกสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระศิวะ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการยังได้เยี่ยมชมพระราชวังสุลต่าน ที่ภายในจัดแสดงของล้ำค่าในวังและเครื่องใช้ต่างๆ ก่อนที่กษัตริย์องค์สุดท้ายจะลี้ภัยและเปลี่ยนการปกครอง

ด้านศิลปะการแสดงและศิลปหัตถกรรม ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับชมศิลปะการแสดงดั้งเดิมของอินโดนีเซียอย่างบารองเด็น ซึ่งนำเสนอเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างความชั่วและความดี สอดแทรกมุกตลก ศึกษาการทำผ้าบาติก และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าบาติกแบบอินโดนีเซีย ณ ศูนย์ผ้าบาติก

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชนพื้นถิ่นในพื้นที่ต่างๆ เช่นหมู่บ้านคินตามณี หมู่บ้านที่อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลกว่า 1,500 เมตร โอบล้อมด้วยทัศนียภาพที่สวยงามของภูเขาไฟบาตูร์และทะเลสาบบาตูร์ ชมวิถีชีวิตเกษตรกรผู้ทำไร่กาแฟ ที่สร้างชื่อเสียงให้บาหลี ชมวิธีการผลิตกาแฟขี้ชะมด หรือกาแฟลูวัค ซึ่งได้รับการยอมรับจากคอกาแฟทั่วโลกว่าเป็นกาแฟที่หอมที่สุด พร้อมเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าจากตลาดปราบเซียน ที่ต้องชิงไหวชิงพริบต่อรองราคากับพ่อค้าแม่ค้าเพื่อให้ได้สินค้าของที่ระลึกของอินโดนีเซียเป็นของฝากในราคาถูกใจ

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ผ่านการประสานงานและการดูแลภาพรวมโดยคณะกรรมการชม มทร.พระนคร อาวุโส

ที่มา : กองศิลปวัฒนธรรม ฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่า ม.ราชมงคลพระนคร

#http://www.rmutp.ac.th